Opas's profileโอภาส มีของมาให้อ่าน ใ...PhotosBlogLists Tools Help

Opas Letpisut

Occupation
Photo 1 of 35
January 02

อาลัยด้วยความรักแด่อาจารย์ที่แสนดีคนหนึ่ง

ขอกล่าวถึงคุณครูท่านหนึ่งที่เราทุกคน   เด็กที่เรียนม.ปลาย  หลายห้องต้องรู้จักกันดี
และผมขอกล่าวถึงท่านด้วยความเคารพรักและคงจะคิดถึงท่านตลอดที่ยังมีชีวิตอยู่
ไม่ใช่ข้อความที่จะกล่าวว่าร้าย   ให้ท่านได้มีความรู้สึกเสียใจอย่างเลวร้าย  ใดๆๆๆเลย
 
                           จาว่าไปแล้วผมเองได้เรียนศรียานสรณ์เพียง  3  ปี เองแต่ผมเองก้อสนิทกะอาจารย์มากมายทั่วไป
ดังนั้น  การจากไปของอาจารย์ที่ผมรักและเคารพแต่ละคนนั้นมันยากที่จะนำออกมาบรรยายให้ทราบกับ  โดยทั่ว  ดังนันผม  ขอสรุปสั้นๆๆดีกว่านะครับ
                           อ.สุวิมล     สุวรรณไกรษร   เป็นอาจารย์หมดคณิตศาสตร์คนหนึ่งที่สอนผมจากการเรียน   3   ปีที่โรงเรียนศรียานุสรณ์   โดย3 ปี นั้น  ผมเรียนกะอ.สุวิมล  และอ.อรพิท์   อ.สุวิมลเป็นคนน่ารัก   อัทธยาศัยดี   ใจดี  ไม่เคย  ด่าว่าเด็กและ  ท่านได้แต่เหน็บแนม   กระทบ   กระเทียบ  ให้เราได้สำนึก  อย่าแสบๆๆ  คันๆๆ ถึงกระนั้นท่านก้อรักลูกศิษย์ทุกคน  ไม่เลือกว่าเก่งหรือไม่ก่ง  แล่ท่านยังปฎิบัติหน้าที่แม่ของท่านอย่าเต็มกำลังความสามารถ  ก่อนท่านจากไป  ไม่รู้ว่าท่านยังห่วงลูกสาวท่านมากน้อยเพียงใด  ผมเองได้รับสิ่งต่างๆๆๆๆ  มากมาย  เหมือนท่านเห็นผมเปงลูกอีกคน   ผมรักท่านครับ
 
 
จากศิษย์ศรียา   รุ่น 81  ม.6/3   ปี2544 ปีจบครับ เรียนก๊ะอ.สุวิมลตอน    ม.5/3    ครับ  รัก  อ.สุวิมล   ไปสบายอยางมะต้องมีห่วงแล้วนะครับ
 
 
November 29

แล้วคุณจะรัก.........ของเรา ( ภาค 2 )

มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ
แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า
"ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า"
ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ
กับอธิการบดีว่า
"เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก"


เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า
ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร
มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว
แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
"ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์"
ในหลวงทรงตรัสว่า "ขอเดชะ พระหมดแล้ว"


วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด
ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย
พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท
ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท
แล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของในหลวง
แล้วก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง
แล้วก็พูดว่ายายอย่างโน้น ยายอย่างนี้
อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ
มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่
กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัย หรือไม่
แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น
ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหวเพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
"เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก"


ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว
พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน
มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา
คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์
ก็กราบบังคมทูลว่า "เอ้อ - ทรง...
อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ"
พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า
"ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง"
แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่าหมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ
ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า เอ้าพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ
เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป


เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า
นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์เล็ก
ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย
ขอพูดสายกับฟ้าหญิงทางนางสนองพระโอษฐ์ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย
ก้อมีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์ นางสนองพระโอฐก้อ งง งง
ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า
แบงค์ก้อยังไม่เปิดนี่หว่าแต่ พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า
คนที่แบงค์น่ะ ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิด กระเป๋าตังค์
แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ... ขนลุกเลย


เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า
มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร
อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่ามีเหตุขัดข้องบางประการ
ทำให้อ่านขาดตอน ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว
ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้
ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า "เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....)
เค้ารับไปแล้ว"

และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ
ไฟดับไปชั่วขณะ
ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท
ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง
เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก
ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม
November 25

แล้วคุณจะรัก.........ของเรา

ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง
เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก
เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ
และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด
และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด
แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา
ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า
"ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ"
แม่ค้าตอบว่า "ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท
และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80 บาทจ๊ะ"
เหตุการณ์นี้ทำให้ข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน


อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่คล่องแคล่วและ
ใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน
เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้
จึงมีคำกราบทูลว่า"ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า
บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."
มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน
ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว..
พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
"มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป
ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว
ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"
เรื่องนี้ ดร.สุเมธ
เล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง 
 


เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา
มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์
ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า
"ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"


เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง
ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน
และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้า
ทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน
ว่า"ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดชขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ"
เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล
อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า "เออ ดีเราชื่อเดียวกัน..."
ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย
เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้ 


 

November 22

หลังจากไปมาแล้ว

ไม่ได้อัพหลายวัน  คิดถึงจังเลยอะ     วันเสาร์ไปรับปริญญารุ่นพี่มา   โห   นอน  23.30 น  ตื่น  03.45 น   แต่ว่าก่อนนอนเนี่ยดิฮึฮึ  เจอ   อะรายไม่รู้  มาเคาะประตู  กัวกัวกัว  มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   แต่ก้อทำเหมือนมะมีรายเกิดขึ้น   พอถึงเวลาพี่เข้าก้อมารับไปขึ้นรถ  อิอิอิ  เหนื่อยโคด  อะตอนอยู่ที่ธุรกิจบัณฑิตอะ    ตอนเย็นอะนะว่าจะกลับ   แตว่าอยู่ถึง  3โมงของวันอาทิตย์อะ  กว่าจะถึง   ทุ่ม นึงแนะ   บะบบายก่อน  เหนื่อยละ
November 18

พรุ่งนี้มะอยุ่ ไปไหนลองอ่านดุ

วันนี้เปงวันดีวันหนึ่ง  คือว่าพรุ่งนี้อะนะจะไปงานรับปริญญาของรุ่นพี่
คงต้องตื่นแต่เช้า  (ประมาณตี  4  มั้ง) คงง่วงนอนแน่เลย  แต่เอาเถอะจะพยายาม
พอถึงไม่รู้จะต้องทำไงต่อะดิ  พี่เค้ารับประมาณ  12.00 น.แนะ  แต่ต้องไปแต่เช้าง่า  ตายแน่
แต่เราได้เจอเพื่อนเนี่ย  ดิ  เปงเรื่องที่น่ายอมรับ  555555+   คิดถึงเพื่อนอะ
อยากเจอ  แต่เราก้อคิดถึงที่รักเรานะ  ที่รักเราดีที่ 1 เลย  เด๋วมาเล่าให้ฟังต่อ  พร่งนี้นะ
November 17

เวงกำ เหลือเกิน

นานแล้วนะ  ที่ไม่ได้คิดแบบนี้ 
 เมื่อวานวันลอยกระทงมีแต่คนถามว่า  น้องคนนั้นไปไหนอะ
เฮ้อ  เค้าออกมาได้ก้อดีอะดิ   เวงกำ เหลือเกิน  
ถ้าออกมาได้  เราคงหัวแบะปแล้วอะ
พอไปวัดจันทนาราม   ก้อ  ดีขึ้นหน่อย 
 ได้เหงสาวๆๆๆๆๆ   สวยๆๆๆๆ    แต่เวงกำ  เหลือเกิน
ไอ้น้อง   2  ตัวเลวนั้นกลับง่วงนอน   อดดูเลย   23.30  น. 
ก้อต้องกลับมานอน  เวงกำ  เหลือเกิน    
และก่อนจะกลับ  เหงคนเค้ามาลอยกระทงเป็นคู่ๆๆๆๆๆๆ
โคดอิจฉาเลยอะ   อือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   คิดถึงที่รักเราจัง
November 16

เบื้องหลัง

ชีวิตนี้น่าเบื่อยิ่งนัก    การที่เราได้เป็นเบื้องหลีง   คนที่เข้ามาอ่าน  จำไว้นะ

ว่าไม่ควรหวังอะไร  ลมๆๆแล้งๆๆ  มันน่ารำคาญใจ  เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดังที่คาดไว้

ยังไงก้อแล้วแต่พี่เป้นาคนหนึ่งละที่อยากบอกกับคนที่เป็นเบื้องหลังว่าทำเท่าที่ทำได้ 

โดยทำเต็มความสามารถ  โดยไม่ต้องไปคำนึงถึงว่าคราย  จะมาชม  ชอบ  ด่า  ติ  เราทำดีที่สุดที่เราทำได้น้องเอย

รักและเป็นห่วงน้องของพี่ทุกคน  อย่าทำให้พี่ต้องเบื่อและช้ำใจกว่านี้เลยนะน้อง