Opas's profileโอภาส มีของมาให้อ่าน ใ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    January 02

    อาลัยด้วยความรักแด่อาจารย์ที่แสนดีคนหนึ่ง

    ขอกล่าวถึงคุณครูท่านหนึ่งที่เราทุกคน   เด็กที่เรียนม.ปลาย  หลายห้องต้องรู้จักกันดี
    และผมขอกล่าวถึงท่านด้วยความเคารพรักและคงจะคิดถึงท่านตลอดที่ยังมีชีวิตอยู่
    ไม่ใช่ข้อความที่จะกล่าวว่าร้าย   ให้ท่านได้มีความรู้สึกเสียใจอย่างเลวร้าย  ใดๆๆๆเลย
     
                               จาว่าไปแล้วผมเองได้เรียนศรียานสรณ์เพียง  3  ปี เองแต่ผมเองก้อสนิทกะอาจารย์มากมายทั่วไป
    ดังนั้น  การจากไปของอาจารย์ที่ผมรักและเคารพแต่ละคนนั้นมันยากที่จะนำออกมาบรรยายให้ทราบกับ  โดยทั่ว  ดังนันผม  ขอสรุปสั้นๆๆดีกว่านะครับ
                               อ.สุวิมล     สุวรรณไกรษร   เป็นอาจารย์หมดคณิตศาสตร์คนหนึ่งที่สอนผมจากการเรียน   3   ปีที่โรงเรียนศรียานุสรณ์   โดย3 ปี นั้น  ผมเรียนกะอ.สุวิมล  และอ.อรพิท์   อ.สุวิมลเป็นคนน่ารัก   อัทธยาศัยดี   ใจดี  ไม่เคย  ด่าว่าเด็กและ  ท่านได้แต่เหน็บแนม   กระทบ   กระเทียบ  ให้เราได้สำนึก  อย่าแสบๆๆ  คันๆๆ ถึงกระนั้นท่านก้อรักลูกศิษย์ทุกคน  ไม่เลือกว่าเก่งหรือไม่ก่ง  แล่ท่านยังปฎิบัติหน้าที่แม่ของท่านอย่าเต็มกำลังความสามารถ  ก่อนท่านจากไป  ไม่รู้ว่าท่านยังห่วงลูกสาวท่านมากน้อยเพียงใด  ผมเองได้รับสิ่งต่างๆๆๆๆ  มากมาย  เหมือนท่านเห็นผมเปงลูกอีกคน   ผมรักท่านครับ
     
     
    จากศิษย์ศรียา   รุ่น 81  ม.6/3   ปี2544 ปีจบครับ เรียนก๊ะอ.สุวิมลตอน    ม.5/3    ครับ  รัก  อ.สุวิมล   ไปสบายอยางมะต้องมีห่วงแล้วนะครับ
     
     
    November 29

    แล้วคุณจะรัก.........ของเรา ( ภาค 2 )

    มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ
    แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า
    "ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า"
    ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ
    กับอธิการบดีว่า
    "เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก"


    เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า
    ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร
    มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว
    แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
    "ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์"
    ในหลวงทรงตรัสว่า "ขอเดชะ พระหมดแล้ว"


    วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด
    ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย
    พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท
    ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท
    แล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของในหลวง
    แล้วก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง
    แล้วก็พูดว่ายายอย่างโน้น ยายอย่างนี้
    อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ
    มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
    แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่
    กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัย หรือไม่
    แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น
    ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหวเพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
    "เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
    ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก"


    ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว
    พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน
    มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา
    คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์
    ก็กราบบังคมทูลว่า "เอ้อ - ทรง...
    อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ"
    พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า
    "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง"
    แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่าหมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ
    ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า เอ้าพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ
    เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป


    เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า
    นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์เล็ก
    ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย
    ขอพูดสายกับฟ้าหญิงทางนางสนองพระโอษฐ์ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย
    ก้อมีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์ นางสนองพระโอฐก้อ งง งง
    ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า
    แบงค์ก้อยังไม่เปิดนี่หว่าแต่ พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า
    คนที่แบงค์น่ะ ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิด กระเป๋าตังค์
    แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ... ขนลุกเลย


    เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า
    มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร
    อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่ามีเหตุขัดข้องบางประการ
    ทำให้อ่านขาดตอน ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว
    ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้
    ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า "เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....)
    เค้ารับไปแล้ว"

    และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ
    ไฟดับไปชั่วขณะ
    ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
    พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
    ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท
    ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง
    เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก
    ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม
    November 25

    แล้วคุณจะรัก.........ของเรา

    ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง
    เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก
    เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ
    และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด
    และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด
    แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา
    ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า
    "ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ"
    แม่ค้าตอบว่า "ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท
    และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80 บาทจ๊ะ"
    เหตุการณ์นี้ทำให้ข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน


    อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
    ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่คล่องแคล่วและ
    ใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน
    เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้
    จึงมีคำกราบทูลว่า"ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า
    บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."
    มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน
    ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว..
    พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
    "มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป
    ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว
    ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
    และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"
    เรื่องนี้ ดร.สุเมธ
    เล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง 
     


    เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา
    มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
    เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์
    ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
    ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า
    "ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"


    เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง
    ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน
    และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้า
    ทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
    ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน
    ว่า"ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม
    ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดชขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
    กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ"
    เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล
    อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า "เออ ดีเราชื่อเดียวกัน..."
    ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย
    เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้ 


     

    November 22

    หลังจากไปมาแล้ว

    ไม่ได้อัพหลายวัน  คิดถึงจังเลยอะ     วันเสาร์ไปรับปริญญารุ่นพี่มา   โห   นอน  23.30 น  ตื่น  03.45 น   แต่ว่าก่อนนอนเนี่ยดิฮึฮึ  เจอ   อะรายไม่รู้  มาเคาะประตู  กัวกัวกัว  มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   แต่ก้อทำเหมือนมะมีรายเกิดขึ้น   พอถึงเวลาพี่เข้าก้อมารับไปขึ้นรถ  อิอิอิ  เหนื่อยโคด  อะตอนอยู่ที่ธุรกิจบัณฑิตอะ    ตอนเย็นอะนะว่าจะกลับ   แตว่าอยู่ถึง  3โมงของวันอาทิตย์อะ  กว่าจะถึง   ทุ่ม นึงแนะ   บะบบายก่อน  เหนื่อยละ
    November 18

    พรุ่งนี้มะอยุ่ ไปไหนลองอ่านดุ

    วันนี้เปงวันดีวันหนึ่ง  คือว่าพรุ่งนี้อะนะจะไปงานรับปริญญาของรุ่นพี่
    คงต้องตื่นแต่เช้า  (ประมาณตี  4  มั้ง) คงง่วงนอนแน่เลย  แต่เอาเถอะจะพยายาม
    พอถึงไม่รู้จะต้องทำไงต่อะดิ  พี่เค้ารับประมาณ  12.00 น.แนะ  แต่ต้องไปแต่เช้าง่า  ตายแน่
    แต่เราได้เจอเพื่อนเนี่ย  ดิ  เปงเรื่องที่น่ายอมรับ  555555+   คิดถึงเพื่อนอะ
    อยากเจอ  แต่เราก้อคิดถึงที่รักเรานะ  ที่รักเราดีที่ 1 เลย  เด๋วมาเล่าให้ฟังต่อ  พร่งนี้นะ
    November 17

    เวงกำ เหลือเกิน

    นานแล้วนะ  ที่ไม่ได้คิดแบบนี้ 
     เมื่อวานวันลอยกระทงมีแต่คนถามว่า  น้องคนนั้นไปไหนอะ
    เฮ้อ  เค้าออกมาได้ก้อดีอะดิ   เวงกำ เหลือเกิน  
    ถ้าออกมาได้  เราคงหัวแบะปแล้วอะ
    พอไปวัดจันทนาราม   ก้อ  ดีขึ้นหน่อย 
     ได้เหงสาวๆๆๆๆๆ   สวยๆๆๆๆ    แต่เวงกำ  เหลือเกิน
    ไอ้น้อง   2  ตัวเลวนั้นกลับง่วงนอน   อดดูเลย   23.30  น. 
    ก้อต้องกลับมานอน  เวงกำ  เหลือเกิน    
    และก่อนจะกลับ  เหงคนเค้ามาลอยกระทงเป็นคู่ๆๆๆๆๆๆ
    โคดอิจฉาเลยอะ   อือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   คิดถึงที่รักเราจัง
    November 16

    เบื้องหลัง

    ชีวิตนี้น่าเบื่อยิ่งนัก    การที่เราได้เป็นเบื้องหลีง   คนที่เข้ามาอ่าน  จำไว้นะ

    ว่าไม่ควรหวังอะไร  ลมๆๆแล้งๆๆ  มันน่ารำคาญใจ  เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดังที่คาดไว้

    ยังไงก้อแล้วแต่พี่เป้นาคนหนึ่งละที่อยากบอกกับคนที่เป็นเบื้องหลังว่าทำเท่าที่ทำได้ 

    โดยทำเต็มความสามารถ  โดยไม่ต้องไปคำนึงถึงว่าคราย  จะมาชม  ชอบ  ด่า  ติ  เราทำดีที่สุดที่เราทำได้น้องเอย

    รักและเป็นห่วงน้องของพี่ทุกคน  อย่าทำให้พี่ต้องเบื่อและช้ำใจกว่านี้เลยนะน้อง